หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
มุมมองการลงทุนในเมียนมา

2 ธันวาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1314)

ปัจจุบันการปฏิรูปประเทศของสหภาพเมียนมาที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้นได้ส่งผลให้นานาประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ แก่เมียนมามากขึ้น ทำให้สถานการณ์การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของเมียนมานั้นขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
ทั้งนี้ ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงสะสมมากที่สุดเป็นอันดับสองของเมียนมา รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สาขาลงทุนของไทยในเมียนมาที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาพลังงาน สาขาอุตสาหกรรมการผลิต สาขาโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขาประมงและปศุสัตว์ และสาขาเหมืองแร่ ตามลำดับข้อเสนอแนะที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ลงทุนในเมียนมา และเจ้าหน้าที่ ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุนในเมียนมา สรุปได้ดังนี้
 
รูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในสหภาพเมียนมานั้นควรมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ/กิจการที่รัฐบาลเมียนมาให้การส่งเสริมหรือมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศของเมียนมาเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้ได้รับการอำนวยความสะดวก และสิทธิพิเศษในการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของเมียนมามากกว่าประเภทธุรกิจ/กิจการทั่วๆ ไปนักลงทุนไทยที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในเมียนมาต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจใด และจะลงทุนในรูปแบบใด
 
เนื่องจากตามกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ของเมียนมานั้นมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก นักลงทุนจึงสามารถลงทุนได้ในหลายรูปแบบอย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลงทุนแต่ละรูปแบบจะมีปัจจัยเกี่ยวข้องที่ต้องคำนึงถึงแตกต่างกัน นักลงทุนจึงต้องมีการศึกษาข้อมูลการลงทุนในเมียนมาอย่างรอบด้าน
 
สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจในเมียนมา เพื่อให้การดำเนินธุรกิจนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นนักลงทุนอาจหาพันธมิตรทางธุรกิจ/คู่ค้า ชาวเมียนมาที่ดีและเชื่อถือได้ในการร่วมลงทุน เพราะจะทำให้มีความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและเรื่องการชำระเงินในระบบการเงินของเมียนมามากขึ้น ทั้งยังจะช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อีกด้วย เนื่องจากอัตราค่าสาธารณูปโภคและภาษีสำหรับนักธุรกิจท้องถิ่นจะถูกกว่าของนักลงทุนต่างชาติ
 
นอกจากนั้น หากบริษัทที่จัดตั้งนั้นอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมก็จะได้รับสิทธิพิเศษและได้รับความสะดวกด้านต่างๆ จากภาครัฐเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ การลดหย่อนภาษีการค้า การจ่ายค่าน้ำมันในราคาถูกกว่าปกติ และความพร้อมทางด้านไฟฟ้าและประปา เป็นต้น
กฎหมาย กฎและระเบียบ ปัจจุบันกฎหมายการลงทุนต่างชาติฉบับใหม่ของสหภาพเมียนมานั้นได้ผ่านการอนุมัติจากประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แล้วเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ขณะนี้เมียนมากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนต่างๆ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบค่อนข้างบ่อย กฎระเบียบบางประการของรัฐบาลยังขาดความชัดเจนและมีปัญหาในทางปฏิบัติทั้งในระดับส่วนกลางและระดับท้องถิ่น
 
นอกจากนั้น นักลงทุนยังไม่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ของเมียนมาอย่างทั่วถึง และบางครั้งการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบบางประการอาจเป็นไป โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติมากนัก นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาและคอยติดตามความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายการลงทุนต่างชาติรวมถึงกฎ ระเบียบต่างๆ อยู่เสมอ
 
วัฒนธรรม แม้การศึกษากฎหมายการลงทุนต่างชาติ และการทำความเข้าใจกับกระบวนการลงทุนของสหภาพเมียนมาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนมีความพร้อมสำหรับการเข้าไปลงทุนในเมียนมา
 
แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยสำคัญอีกหลายประการที่นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านสังคมและวัฒนธรรมของชาวเมียนมาที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละเชื้อชาติ/พื้นที่ ที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจกับชาวเมียนมาให้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากแต่ละสังคมย่อมมีวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกัน หากนักลงทุนรายใดมีความรู้เรื่องธรรมเนียมปฏิบัติในการติดต่อธุรกิจกับชาวเมียนมาก็ย่อมมีความได้เปรียบในการทำธุรกิจมากกว่านักลงทุนที่ไม่รู้พื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมของชาวเมียนมา
 
 
ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ แม้อัตราค่าจ้างแรงงานในสหภาพเมียนมาจะมีราคาถูก เมื่อเทียบกับค่าจ้างแรงงานไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแรงงานเมียนมานั้นขาดการพัฒนาทักษะในการทำงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน นักลงทุนต่างชาติจึงอาจต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรค่อนข้างสูงอีกทั้งค่าเช่าที่ดินในพื้นที่ธุรกิจสำคัญในเมียนมานั้นมีราคาสูง ไม่มีราคากลางและมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้อาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปดำเนินธุรกิจในเมียนมาได้
 
โดยเฉพาะการจัดตั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก นักลงทุนจึงจำเป็นต้องศึกษาและพิจารณาเกี่ยวกับต้นทุนในการดำเนินธุรกิจต่างๆ เหล่านี้อย่างรอบคอบ และรวมถึงต้นทุนทางอ้อมในการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ด้วย
 
ทั้งนี้ ต้นทุนทางอ้อมอื่นๆ ที่นักลงทุนควรศึกษาและพิจารณาก่อนการลงทุนอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญ ได้แก่ ค่านายหน้าในการจ้างแรงงาน ค่าเบี้ยใบ้รายทาง ภาษีท้องถิ่นอื่นๆ และโดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์ เนื่องจากเมียนมานั้นขาดการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะระบบคมนาคมขนส่งมีปัญหาไม่สามารถรองรับทันกับการขยายตัวทาง
 
เศรษฐกิจในปัจจุบันได้ ทั้งบางเมืองยังมีระบบผูกขาดผู้ให้บริการขนส่งอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน และอาจส่งผลให้นักลงทุนต้องประสบปัญหาหรือขาดทุนในการดำเนินธุรกิจได้ เพราะไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามที่คาดการณ์ หรือต้องประสบกับปัญหาความล่าช้าในการส่งสินค้าได้ไม่ทันตามกำหนดเป็นต้น
 
เมียนมานั้นเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจในการลงทุนอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนไทยอีกประเทศหนึ่งในอาเซียน เพราะนอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ และมีประชากรวัยแรงงานจำนวนมากแล้ว เมียนมายังเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพรมแดนติดกับสองประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก เช่น จีน และอินเดีย
 
ทั้งนี้ การปฏิรูปประเทศและปรับปรุงกฎหมายการลงทุนของเมียนมาในช่วงเวลาที่ผ่านมา นับเป็นการส่งสัญญาณอย่างเป็นรูปธรรมที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนกับต่างชาติของเมียนมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการจะเข้าไปเปิดตลาดการค้าการลงทุนในเมียนมา รวมทั้งใช้เมียนมาเป็นฐานในการขยายฐานการค้าการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ เช่น จีน และอินเดีย
 
เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบในการทำการค้าการลงทุนกับเมียนมาหลายประการ เช่น ความนิยมต่อสินค้าไทย และการที่มีพรมแดนที่ติดต่อกันจึงทำให้สะดวกในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ การแสวงหาโอกาสการค้าการลงทุนในเมียนมานั้นขึ้นอยู่กับนักลงทุนไทยเป็นสำคัญว่า จะสามารถคว้าโอกาสการค้าการลงทุนในตลาดเศรษฐกิจที่มีศักยภาพอย่างเมียนมาได้มากหรือน้อยเพียงใด
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์