หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อาเซียนกับสังคมผู้สูงอายุ

21 ธันวาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 9088)
 
โดย     ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
 
                                        
 
องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้ให้คำนิยาม ผู้สูงอายุ (Older person) ว่า หมายถึง ประชากรทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ในขณะเดียวกันการที่จะกล่าวว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) ก็ต่อเมื่อประเทศนั้นมีประชากรที่เกษียณอายุแล้ว หรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนที่เกิน 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และประเทศนั้นจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) เมื่อมีสัดส่วนเกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
 
ากรายงาน The World Population Prospect: The Revision 2015 ของ UN Population Division พบว่า ในปี ค.ศ. 2015 ค่าเฉลี่ยของสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ที่ 10.9% และมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 29.4 % ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วง 35 ปี โดยหากพิจารณาค่าเฉลี่ยเราสามารถที่จะกล่าวได้ว่า ในปี ค.ศ. 2015 กลุ่มประเทศอาเซียนได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว
 
ย่างไรก็ตาม หากพิจารณาสถานการณ์รายประเทศจะพบว่า สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมีระดับความแตกต่างกันมาก โดยประเทศที่สามารถกล่าวว่าได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือ ประเทศไทยและเวียดนาม อยู่ที่ระดับ 17.9% และ 12.3% ขณะที่สิงคโปร์ซึ่งอยู่ที่ระดับ 20.3% เป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว (ตารางที่ 1)
 
 
ทั้งนี้ หากพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางประเทศในอาเซียนประสบเหตุดังกล่าว อันได้แก่ อัตราการเจริญพันธุ์ ซึ่งนับจากจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยต่อผู้หญิง 1 คน ของกลุ่มประเทศอาเซียนระหว่างปี ค.ศ. 1975-2015 พบว่า อัตราการเจริญพันธุ์มีค่าลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกประเทศสมาชิก โดยเฉลี่ยจาก 4.69 คนในช่วงปี 1975-1980 เป็น 2.22 คนในช่วงปี 2010-2015 (ตารางที่ 2)
 
 
ซึ่งเป็นการลดลงที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศลาวซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ต่ำที่สุดในอาเซียน จากอัตราการลดลงดังกล่าวในช่วงระยะเวลากว่า 40 ปี ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการถกเถียงกันมากในประเด็นที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะเข้าสู่ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงาน วิธีการแก้ไขการขาดแคลนแรงงานวิธีการหนึ่ง คือ การทำให้ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยการผลิตภายในประเทศ โดยได้มีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาหลายแนวทาง
 
ยกตัวอย่างเช่น การขยายอายุเกษียณ โดยจุดมุ่งหมายสำคัญของการขยายอายุเกษียณ คือ การเพิ่มสัดส่วนการเข้าร่วมแรงงานของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ประเทศมาเลเซีย ได้มีการขยายอายุเกษียณใหม่จาก 58 เป็น 60 ปี ขณะที่ในประเทศไทยได้มีหน่วยงานของภาครัฐบางหน่วยงานขยายอายุเกษียณให้กับข้าราชการ เช่น ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการครู เป็นต้น
 
นอกจากนั้นแล้ว บางประเทศมีนโยบายในการเพิ่มอัตราการเจริญพันธุ์ของประชากรในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ มีการใช้นโยบาย Marriage and Parenthood Packages ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 โดยการให้แรงจูงใจทั้งในเรื่องการลาคลอด การขยายเวลาการดูแลบุตร การคืนภาษี การให้เงินสนับสนุน ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างมากโดยได้มีการปรับปรุงนโยบายทั้งในแง่ของแรงจูงใจและการเพิ่มผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์