หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ความสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ในสายตาของจีน

29 เมษายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 4100)
 
 
จีนให้ความสำคัญต่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งเห็นได้จากการสร้างบทบาทที่เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญและนักลงทุนรายใหญ่ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยปี 2556 ที่ผ่านมา จีนเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เป็นอันดับ 2 ในไทย รองจากญี่ปุ่น และเป็นอันดับ 9 ในเวียดนาม แต่ยังคงรักษาความเป็นคู่ค้าอันดับ 1 กับเวียดนามไว้ได้ ทั้งที่ทั้งสองชาติมีปัญหาพรมแดนในทะเลจีนใต้ โดยการค้าระหว่างจีนกับเวียดนาม ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า มีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ประเทศจีนยังเป็นคู่ค้าลำดับต้นๆ ของทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย และเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 1 ของเมียนมา และเวียดนาม ซึ่งในอนาคตคาดว่าบทบาททางเศรษฐกิจของจีนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ก็จะยังขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากจีนมีนโยบายที่จะสร้างความเชื่อมโยงกับภูมิภาค โดยผ่านการสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ที่สามารถยกระดับเป็นรถไฟความเร็วสูงในภายหลัง ทั้งเส้นทางที่ผ่านเข้าลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมไปถึงเส้นทางที่จะเชื่อมเข้าสู่เมียนมาและเวียดนาม ทำให้คาดว่าปริมาณการค้า การลงทุน และการเดินทางของผู้คนในอนุภูมิภาคจะเพิ่มมากขึ้น
 
 
สำหรับการเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ยังช่วยให้ประเทศจีนได้ทรัพยากรและแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพิ่มเติม ดังเห็นได้จากการสร้างท่อก๊าซและน้ำมันจากเมือง Kyaukphyu (จ้าวผิว) ในเมียนมา เข้าสู่เมือง Ruili (รุ่ยลี่) ในมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งปัจจุบันได้เปิดใช้ท่อส่งก๊าซแล้ว ทำให้ประเทศจีนมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น เนื่องจากสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันจากเส้นทางช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐและพันธมิตร อีกกรณี คือ การเข้าไปลงทุนช่วยประเทศลาวสร้างเขื่อนพลังน้ำ และเหมืองแร่ต่างๆ เพื่อนำมารองรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน นอกจากนี้ การเชื่อมต่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ยังนับเป็นทางออกสู่ทะเลใหม่ของประเทศอีกด้วย เพราะพื้นที่ทางตะวันตกเป็นพื้นที่ Land Lock ทำให้ที่ผ่านมาจีนมีทางออกสู่ทะเลเพียงด้านเดียวคือทางตะวันออก ดังนั้นยุทธศาสตร์การสร้างทางออกสู่ทะเลด้านตะวันตกของจีน จึงช่วยให้มีทางออกสู่ทะเลมากขึ้น และเมื่อขนส่งสินค้ากับทางยุโรป หรือตะวันออกกลาง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางอ้อมช่องแคบมะละกาเพียงเส้นทางเดียวอีกต่อไป ปัจจุบันรัฐบาลจีนกำลังเจรจาเพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงด้วยระบบรถไฟที่จะพัฒนาไปสู่รถไฟความเร็วสูงกับประเทสในคาบสมุทรอินโดจีน โดยเฉาะกับประเทศไทยและ สปป.ลาว ที่สำคัญกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ก็จะสามารถเพิ่มช่องทางการค้า และขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดประเทศจีนตอนใต้ได้มากขึ้น เนื่องจากสินค้าที่มาจากประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) มักจะเป็นสินค้าขั้นปฐมภูมิ สินค้าเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการการบริโภคของประชาชนชาวจีนที่เพิ่มสูงขึ้นตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ข้อมูล สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (สคพ.)

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์