หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
จีนเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่แบบเปิด

3 พฤษภาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 907)
 
 
ช่วงสองสามปีมานี้เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงขาลง โดย GDP ของจีนมีการขยายตัวลดลงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 จากที่เคยเติบโตสูงสุดถึงร้อยละ 10.6 ในปี 2010 ซึ่งจีนไม่สามารถจะขยายตัวจากการเน้นการผลิตอุตสาหกรรมหนักและการผลิตที่เน้นปริมาณได้อีกต่อไป เนื่องด้วยปัญหาค่าแรงที่สูงขึ้น อุปทานมากเกินอุปสงค์ในบางอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก ถ่านหิน และอสังหาริมทรัพย์เป็นต้น การเติบโตของยอดจําหน่ายสินค้าและวัตถุดิบที่ลดลง ผลกําไรที่ลดลงล้มละลายของธุรกิจภาคเอกชน การลดกําลังการผลิต และการเลิกการจ้างงานในอัตราที่สูงขึ้น ดังนั้น จีนภาวะการจึงต้องหันกลับมาให้ความสําคัญกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ซึ่งจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2559 จะให้ความกระจ่างมากขึ้นในทิศทางการปรับโครงสร้าง
 
ทั้งนี้ นโยบายทางเศรษฐกิจที่จีนได้ประกาศออกมาในช่วงนี้อาทิ Made in China 2025 และ Internet Plus แสดงให้เห็นถึงการที่จีนต้องการนําเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคการผลิต เน้นการผลิตที่เน้นคุณภาพของสินค้าเพื่อตอบโจทย์รสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และส่งเสริมการค้าขายและการประกอบธุรกิจอื่นๆออนไลน์ซึ่งจีนเห็นเป็นช่องทางที่ยังสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อีก
 
นอกจากนี้การเปิดตลาดก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้วันที่ 17 กันยายน 2558 รัฐบาลจีนได้ออกประกาศเกี่ยวกับการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่แบบเปิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเปิดตลาด และสร้างบรรยากาศทางธุรกิจในจีนให้มีความมั่นคงและโปร่งใส เพื่อดึงดูดเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนการเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในจีน
 
ระบบเศรษฐกิจใหม่แบบเปิดมีนโยบายหลัก ประกอบด้วย
1. การกําหนดให้ตลาดเป็นตัวจัดสรรทรัพยากร ควบคู่กับการปรับปรุงบทบาทของรัฐบาล
2. เดินหน้าปฏิรูปและเปิดประเทศ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย
3. สร้างความสมดุลระหว่างการออกไปลงทุนในต่างประเทศและการชักชวนต่างชาติเข้ามาลงทุน
4. สร้างความสมดุลในการนําเข้าและส่งออก
5. เดินหน้าหลอมรวมกับเศรษฐกิจโลก แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใน
6. เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจและเร่งดําเนินการยุทธศาสตร์ One belt one road เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศ
7. เน้นการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์โดยเลือกสาขาการพัฒนาและจุดเริ่มต้นในการพัฒนาที่เหมาะสม
8. ดันจุดเด่นของระบบสังคมนิยมและทําความเข้าใจกับการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ
9. ให้ความสําคัญกับนโยบายรักษาความปลอดภัย 10. เร่งสํารวจรูปแบบใหม่ๆ ในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
 
 
ประเด็นหลักที่น่าสนใจ คือ การสนับสนุนให้เปิดเสรีทางเศรษฐกิจให้แก่นักลงทุนต่างชาติโดยจะมีการแก้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการร่างกฎหมายฉบับใหม่ โดยจีนมีแผนจะเปิดตลาดในภาคอุตสาหกรรมการผลิต และมีนโยบายเปิดเสรีภาคบริการ ดังนี้
 
1. สาขาที่จะทยอยเปิดเสรีได้แก่การเงิน การศึกษา วัฒนธรรม และสุขภาพ
2. สาขาบริการที่จะเปิดตลาดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างมีข้อจํากัด ได้แก่ บริการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
3. สาขาบริการที่มีความอ่อนไหวด้านความปลอดภัยของประเทศ อาทิ บริการด้านคมนาคม โทรคมนาคม และคนชรา การออกแบบสถาปัตยกรรม การตรวจสอบบัญชีโลจิสติกส์และการค้าขายออนไลน์ โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ และอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะมีการลดข้อจํากัดสําหรับการเข้ามาลงทุน
 
สําหรับผู้ประกอบการจีน รัฐบาลจีนสนับสนุนให้มีการออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากขึ้น โดยจะยืดหยุ่น ข้อจํากัดต่างๆ ตลอดจนให้สิทธิพิเศษสําหรับอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูง พลังงานนิวเคลียร์การบินและเครื่องจักรในการไปลงทุนทั่วโลก และสนับสนุนให้บริษัทจีนออกไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและทรัพยากร ในต่างประเทศ นอกจากนี้จีนยังจะปรับพิธีการศุลกากรให้ง่ายขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกจีนด้วย
 
ทั้งนี้จีนจะยังคงสนับสนุนการค้าพหุภาคียึดหลักความร่วมมือแบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ (win-win cooperation) ต่อต้านระบบการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศโดยการจัดเก็บภาษีอากรขาเข้าให้สูงสําหรับสินค้าที่เป็นคู่แข่ง (protectionism)
 
อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า จีนจะเปิดตลาดเพิ่มขึ้น โดยใช้นโยบายเปิดตลาดนี้เพื่อ 1) ส่งเสริมการเข้ามาลงทุน ของต่างชาติเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการนํามาซึ่งเทคโนโลยีใหม่จากต่างชาติ 2) ลดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นภายในประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้แก่นักธุรกิจจีน โดยการส่งเสริมให้นักธุรกิจจีนออกไปลงทุนยังต่างประเทศ 3) ความสะดวกในการกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จีนผลิตเกินความต้องการ เช่น เหล็ก โดยการส่งเสริมโครงการก่อสร้าง โครงการเชื่อมโยงต่างๆ อาทิ One belt one road
 
บทวิเคราะห์
ทิศทางการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่แบบเปิดของจีน ถือเป็นข่าวดีสําหรับนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะนัก ลงทุนในสาขาบริการที่จีนกําลังจะเปิดเพิ่ม ซึ่งในอนาคตอันใกล้นักลงทุนสามารถที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศซึ่งมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่อย่างจีนได้ทั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีสําหรับจีนเช่นกัน ซึ่งจะได้รับความรู้และเทคโนโลยีอันทันสมัยจากชาติที่เข้ามาลงทุน ทั้งนี้นักลงทุนไทยอาจพิจารณาเข้าไปลงทุนในสาขาที่จีนเปิดเพิ่มในสาขาที่ไทยมีศักยภาพอาทิบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล เป็นต้น
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์