ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน
เว็บไซต์ภาษาไทย เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ
บทความพิเศษ
ไทยเน้นรณรงค์ป้องกันปราบปรามการค้างาช้างอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรการปราบการค้างาช้าง

10 กรกฎาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 208)

การปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยปีนี้ไทยยังเน้นรณรงค์ป้องกันปราบปรามการค้างาช้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ไซเตสปรับลดระดับสถานภาพน่ากังวล ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2560 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทยออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 จึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ ดูแล ป้องกัน ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามแผนฯ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้หลายรายและสามารถควบคุมการค้างาช้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ที่ประชุมสมัยสามัญประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 17 ที่ผ่านมามีการปรับสถานะประเทศไทยดีขึ้น จากประเทศที่สถานภาพน่ากังวลอย่างยิ่ง (Primary Concern) เป็นประเทศที่มีสถานภาพน่ากังวลในลำดับรอง (Secondary Concern) และจะมีการประเมินประเทศไทยอีกครั้งในปลายปีนี้
 
พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ ให้ข้อมูลว่า ส่วนใหญ่ประเทศไทยจะถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการลักลอบค้างาช้างไปสู่ประเทศที่ 3 เนื่องจากมีทางออกทั้งทางอากาศและทางทะเล จึงได้มีการวางมาตรการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสกัดกั้นทุกเส้นทาง ทำให้ผลการจับกุมมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีการจับกุมและยึดของกลางงาช้าง จำนวน 2 กิ่ง 422 ท่อน น้ำหนักรวมกว่า 330 กิโลกรัม โดยพบข้อมูลผู้กระทำผิดรวม 3 - 4 กลุ่ม
 
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงจับตาไปที่ 11 จังหวัดเป้าหมายและร้านค้าที่เข้าข่ายกระทำผิดเกี่ยวกับงาช้าง ทั้งการแปรรูปและจำหน่าย โดยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการรณรงค์ ป้องกันปราบปราบการใช้วัสดุหรือเครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง ตามแนวทางที่ไซเตสให้ข้อแนะนำที่ไทยจะต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและครบวงจร จะเห็นได้ว่า หากไม่มีอุปสงค์ หรือความต้องการ ก็จะไม่มีอุปทาน หรือการตอบสนอง ดังนั้น แนวทางที่ทุกคนจะช่วยป้องกันปราบปรามการลักลอบค้างาช้า รวมถึงการประทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุดคือ การไม่ใช้สินค้า หรือวัสดุ จากสัตว์หรือพืชคุ้มครองและหากพบเห็นการกระทำผิด สามารถส่งข้อมูลไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสายด่วน 1136 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
 
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์




กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02-618-2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02-618-2372 E-mail:  aseanthai.th@hotmail.com



จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์